TOP
background-image

8 เมษายน 2564

       

 

        ข้อมูลจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า “จากการประสานข้อมูลสถิติการเกิดอัคคีภัยกับสมาคมประกันวินาศภัย ระบุว่า ช่วงเดือนเมษายนมีสถิติอัคคีภัยสูงที่สุดของช่วงฤดูร้อน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้ง จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ได้ง่าย โดยในช่วงฤดูร้อนเกิดเพลิงไหม้เฉลี่ยเดือนละ 300 ครั้ง”
       โดยช่วงเวลาที่เกิดเพลิงไหม้มากที่สุด คือ ช่วงเวลา 10.00 – 14.00 น. เพราะเป็นช่วงที่ประชาชนออกจากบ้านไปทำธุระ หรือทำงาน เมื่อเกิดเพลิงไหม้จึงไม่มีคนควบคุมเพลิงในเบื้องต้น ทำให้ไฟลุกลามขยายวงกว้างและไหม้บ้านเรือน”
วันนี้ขอนำข้อควรระวังอัคคีภัยในบ้านจากหน้าร้อนมาฝาก ลองมาอ่านดูกันเลย...

1.ก๊าซหุงต้มรั่วไหล ติดตั้งไว้ในอากาศถ่ายเทได้สะดวก และไม่ควรอุ่นอาหารทิ้งไว้โดยไม่มีผู้ดูแล ปิดวาล์วถังก๊าซและเตาแก๊สทุกครั้งหลังใช้งาน ไฟไหม้จากการทำครัวถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ซึ่งมักเกิดขึ้นคิดเป็น 48% ของปัญหาอัคคีภัยในบ้านทั้งหมด
2.ไฟฟ้าลัดวงจร ปิดสวิตช์และถอดปลั๊กไฟ ทุกครั้งหลังจากใช้งาน เพราะทำให้เกิดความร้อนสะสม ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ได้และที่สำคัญ ไม่ควรเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดกับรางปลั๊กไฟสายพ่วงเดียวกัน เพราะสายไฟจะเกิดความร้อนสูงจนละลาย ส่งผลให้ไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดเพลิงไหม้ได้ เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน สายไฟฟ้าและฟิวส์มีขนาดเหมาะสมกับปริมาณกระแสไฟฟ้า ปิดสวิตช์ไฟและถอดปลั๊กไฟทุกครั้งหลังใช้งาน ไม่เปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์เป็นเวลานาน เพราะทำให้เกิดความร้อนสะสม ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ได้
3.เพลิงไหม้เกิดจากความประมาท เนื่องจากอัคคีภัยคือภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้ง่ายทุกเวลาหากไม่ระมัดระวังให้ดี การสูบบุหรี่ โดยไม่ดับให้เรียบร้อยก่อให้เกิดไฟไหม้ได้ง่าย หากเราจำเป็นต้องใช้ไฟแช็กหรือไม้ขีดไฟในการจุดไฟหรือจุดเทียนนั้น ควรเก็บอุปกรณ์ดังกล่าวให้มิดชิดและพ้นมือเด็ก ควรวางเทียนไขให้ห่างจากวัสดุที่ติดไฟง่าย แและดับไฟทันทีที่ไม่มีความจำเป็นใช้งานต่อไป
       ทั้งนี้การเรียนรู้วิธีป้องกันเพลิงไหม้จากสาเหตุต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ แต่ถึงแม้จะป้องกัน และระมัดระวังเป็นอย่างดี บางครั้งสิ่งที่ไม่คาดคิดก็อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาแนวทางบริหารความเสี่ยง เพื่อจะช่วยเยียวยาบรรเทาความเสียหายของคุณเองตลอดจนคนที่คุณรัก
     ไอแบงก์มีผลิตภัณฑ์ ตะกาฟุลประกันอัคคีภัย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทพันธมิตรธนาคาร เพื่อช่วยบรรเทาความสูญเสีย/ความเดือดร้อน ในกรณีที่เกิดความเสียหายหรือสูญเสียจากอัคคีภัยได้ โดยทั่วไปแล้ว ตะกาฟุลอัคคีภัย จะชดเชยความเสียหาย ซึ่งครอบคลุมตัวอาคาร เครื่องเรือนและทรัพย์สินภายในสิ่งปลูกสร้าง เช่น เครื่องตกแต่งติดตั้งตรึงตรา เครื่องใช้สำนักงาน สต๊อกสินค้า เครื่องจักรต่างๆ เหล่านั้นด้วย ผู้เอาประกันสามารถเรียกร้องได้หากได้รับความเสียหายหรือสูญเสียทรัพย์สินจากกรณีต่อไปนี้ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ไฟฟ้าลัดวงจร การโจรกรรมทรัพย์สินภายในบ้าน น้ำท่วม ภัยจากจราจล การประท้วง และการต่อเติมซ่อมแซมบ้าน เป็นต้น
     การทำตะกาฟุลอัคคีภัยนั้นมีไว้ดีกว่าไม่มี เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าในอนาคตนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อตัดสินใจทำตะกาฟุลอัคคีภัยแล้ว ก็ควรทำให้ครอบคลุมมูลค่าสิ่งปลูกสร้างตลอดจนทรัพย์สินที่อยู่ในอาคาร แต่ไม่ควรทำเกินมูลค่าทรัพย์สิน เพราะบริษัทประกันจะจ่ายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและไม่เกินมูลค่าของทรัพย์สินที่ได้ทำประกันไว้เท่านั้น และอย่าลืมนะครับ เมื่อได้รับกรมธรรม์ตะกาฟุลไปแล้วจำเป็นต้องอ่านและทำความเข้าใจว่า เงื่อนไขกรมธรรม์ มีรายละเอียดความคุ้มครองอย่างไร มีข้อยกเว้นความคุ้มครองอย่างไร และหากไม่เป็นไปตามที่ต้องการ จะได้ยกเลิกกรมธรรม์กับบริษัทประกัน ทั้งนี้การยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยต้องเป็นไปตามที่แต่ละบริษัทกำหนด
     ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ibank Call Center โทร.1302
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

บมจ.อาคเนย์ประกันภัย

บมจ.เมืองไทยประกันภัย

ผลิตภัณฑ์ตะกาฟุลความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR)

คัดลอกข้อมูลบางส่วนจาก : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

icon-noti 2