TOP

หลักชะรีอะฮ์ที่กล่าวถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี 7 ประการ ดังนี้

1. ความซื่อสัตย์ สุจริต และคุณธรรม (Integrity)

     ความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นหลักการที่จำเป็นต่อทุกสังคมและทุกองค์กร อิสลามให้ความสำคัญเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริตอย่างมาก  ถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ความซื่อสัตย์สุจริตจะทำให้เกิดความไว้วางใจต่อกัน ทำให้หน้าที่การงานมีสิริมงคลและมีความเจริญก้าวหน้า(บะรอกะฮ์) ทำให้เป็นที่รักใคร่ของผู้ร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา  ผู้มาติดต่อ และผู้ใช้บริการ

     ดังมีคำสอนจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวถึงความซื่อสัตย์ สุจริต ไว้ว่า “ท่านทั้งหลายจงมีความซื่อสัตย์ สุจริต ต่อผู้ที่ให้ความไว้วางใจต่อท่าน และจงอย่าบิดพลิ้วกับผู้ที่บิดพลิ้วกับท่าน” (บันทึกโดยอะบูดาวุด อัตติรมีซีย์ และ อัดดารุกุฏนีย์)

2. ความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ (Transparency)

     ความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ หมายถึง การมีความโปร่งใสในการบริหารจัดการ มีระบบงานที่ชัดเจน มีการเปิดเผยข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างถูกต้อง โปร่งใสสอดคล้องกับเวลาและสถานการณ์ ตลอดจนมีกระบวนการที่ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ซึ่งศาสนาอิสลามสนับสนุนให้มีการบริหารจัดการอย่างโปร่งใส คือ การพูดในสิ่ง ที่เป็นความจริง ปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม และออกห่างจากสิ่งไม่ดี เช่น การพูดปด การหลอกลวง ตลอดจนการรักษาสัญญาที่ให้ไว้

     ดังมีคำสอนจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) กล่าวว่า “ท่านทั้งหลายจงยึดความสัจจริงเถิด แท้จริงความสัจจริงจะ นำไปสู่ความดี และความดีจะนำไปสู่สวรรค์ ” (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม)

3. ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ (Accountability)

     ความรับผิดชอบ หมายถึง การตระหนักในสิทธิหน้าที่ ความสำนึกในความรับผิดชอบ การใส่ใจ การกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งการเปิดโอกาสและการพร้อมที่จะถูกตรวจสอบและประเมินผล เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ และต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความรับผิดชอบ มิใช่เพียงแต่รับผิดชอบต่อตนเองเท่านั้น หากเป็นภารกิจต่อสังคมโดยทั่วไปในทุกตำแหน่งทุกระดับ ความรับผิดชอบ หรือ อะมานะฮ์จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น

     ซึ่งตำแหน่งที่สูงขึ้นนั้นจะขยายความรับผิดชอบและขอบเขตแห่งการดูแลให้เพิ่มขึ้น ดังมีคำสอนจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) กล่าวว่า “พวกท่านทุกคนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ และพวกท่านทุกคนต้องถูกสอบสวนจากหน้าที่นั้น (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์)

4. ความสำนึกในหน้าที่ด้วยขีดความสามารถและประสิทธิภาพที่เพียงพอ (Responsibility)

     อิสลามสอนให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งให้ซื่อสัตย์และรับผิดชอบต่อผู้ที่ให้ความไว้วางใจต่อตนโดยไม่บิดพริ้ว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความพอใจและประทับใจในผลงาน ความสำนึกในหน้าที่รับผิดชอบด้วยขีดความสามารถและมีประสิทธิภาพที่เพียงพอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนพึงมีในการปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มกำลังความสามารถ และมีความซื่อสัตย์เป็นที่ไว้วางใจ

     ดังมีคำสอนจากศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) กล่าวว่า “แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรัก เมื่อคนหนึ่งคนใดจากพวกท่านปฏิบัติหน้าที่การงาน ซึ่งเขาจะปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ" (บันทึกโดย อัลบัยฮะกีย์ และอัฏฏ็อบรอนีย์)

5. การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยสุจริต และพิจารณาให้เกิดความเท่าเทียมกัน (Equitable Treatment)

     ธนาคารให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างยุติธรรมและเท่าเทียมกัน ทั้งผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า คู่ค้า คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน โดยเน้นการมีโครงสร้างและกระบวนการที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการและผู้ถือหุ้น เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยสุจริต

     ดังที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงตรัสไว้ในอัลกุรอาน ความว่า “และพวกเจ้าจงให้ความเที่ยงธรรมเถิด แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรักใคร่บรรดาผู้ให้ความเที่ยงธรรม” (อัล-หุญุรอต : 9) “และจงอย่าให้การเกลียดชังพวกหนึ่งพวกใดทำให้พวกเจ้าไม่ยุติธรรม จงยุติธรรมเถิด มันเป็นสิ่งที่ใกล้กับความยำเกรงยิ่งกว่า” อัล-มาอิดะฮ์ : 8)

     และมีคำสอนจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) กล่าวว่า “ แท้จริงสิทธิของบุคคลทั้งหลายจะได้รับการชำระอย่างสมบูรณ์ในวันพิพากษา ” (บันทึกโดย อะห์มัดและมุสลิม)

6. การส่งเสริมพัฒนาการกำกับดูแล และจรรยาบรรณที่ดีในการประกอบธุรกิจ (Best Practice)

     จรรยาบรรณ คือ แนวทางปฏิบัติที่ดีของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ในการปฏิบัติต่อ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างวิสัยทัศน์แห่งการประกอบการที่เสริมความสามารถในเชิงการแข่งขันภายใต้แบบแผนที่ดีงามของจริยธรรมธุรกิจ

     ดังที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ความว่า “และแท้จริง เจ้านั้นอยู่บนคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ ” (อัลกอลัม : 4) อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงประกาศยืนยันว่า ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) อยู่ในจรรยามารยาทที่ยิ่งใหญ่เป็นแบบอย่างอันดีงามแก่มวลมุสลิมและบุคคลทั่วไป

     ดังมีคำสอนจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) กล่าวเกี่ยวกับคุณธรรมความดีงามว่า : “การที่ท่านสักการะต่ออัลลอฮ์เสมือนกับว่าท่านเห็นพระองค์ ถึงแม้ว่าท่านไม่เห็นพระองค์ แต่พระองค์ทรงเห็นท่าน” (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์)

     ดังมีคำสอนจากท่านศาสดามุฮัมมัด(ซ.ล.) กล่าวว่า “ จงยำเกรงอัลลอฮ์ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด และจงตามหลังความชั่วด้วยการทำดี มันย่อมลบล้างกันได้ และจงปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกิริยามารยาทที่ดีงาม” (บันทึกโดย อัตติรมีซีย์)

7. การมีส่วนร่วม (Participation)

     หมายถึง การส่งเสริมให้ประชาชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการใด ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อตัวบุคคล หน่วยงาน สิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของชุมชน หรือท้องถิ่นอิสลามให้ความสำคัญกับการประชุมปรึกษาหารือ (ชูรอ) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายโอกาสแก่ผู้มีส่วนได้เสียให้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการใด ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อองค์กร สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ของชุมชนหรือท้องถิ่น อิสลามให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือกันในสิ่งที่ดีงาม

     ดังที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ความว่า “พวกท่านทั้งหลายจงร่วมมือกันในเรื่องความดีงามและความยำเกรง และจงอย่าร่วมมือกันในสิ่งที่เป็นบาป และการเป็นศัตรูกัน” (อัลมาอิดะฮ์ : 2)

     ดังที่อัลลอฮ์(ซ.บ.) ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ความว่า “จงยึดมั่นสายเชือก(ศาสนา)ของอัลลอฮ์อย่างพร้อมเพรียงกันและจงอย่าแตกแยกกัน” (อาลิอิมรอน : 103)

     นอกจากนี้อิสลามยังให้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรึกษาหารือ (ชูรอ) ให้เกิดขึ้นในการดำเนินงาน ดังที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ความว่า “และจงปรึกษาหารือกับพวกเขาในกิจการทั้งหลาย ครั้นเมื่อเจ้าได้ตัดสินใจแล้ว ก็จงมอบหมายแด่อัลลอฮ์เถิด แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรักใคร่ผู้มอบหมายทั้งหลาย” (อาลิอิมรอน : 159)

     ดังมีคำสอนจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) กล่าวไว้มีใจความสรุปได้ว่า “การร่วมมือกัน เปรียบเสมือนการลงเรือลำเดียวกัน ทุกคนจะต้องดูแลตักเตือนกัน ไม่ปล่อยให้ผู้ที่ไม่รู้ ทำตามความต้องการ โดยไม่คิดถึงความหายนะของคนบนเรือทั้งหมด" (บันทึกโดย อัลบุคอรีย์)

icon-noti 2