TOP
background-image

25 February 2021

       

 

      ช่วงนี้คงเป็นช่วงของผู้มีเงินได้ทั้งหลายกำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีจากกรมสรรพากร แต่สิทธิหนึ่งที่หลายคนมักจะไม่ค่อยให้ความสนใจนักก็คือ สิทธิที่ผู้ฝากจะได้รับการยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย ของผลตอบแทนเงินฝากนั่นเอง วันนี้เรามาศึกษาเรื่องนี้กัน
      ในประวัติศาสตร์กฎหมายไทยที่ผ่านมา แม้ในทางทฤษฎี ผลตอบแทนเงินฝากถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทหนึ่ง เพราะมีการงอกเงยของเงินได้เกิดขึ้นจากต้นเงินที่ฝากไว้ แต่รัฐบาลได้ยกเว้นภาษีผลตอบแทนเงินฝากของสถาบันการเงินในราชอาณาจักรแบบไม่กำหนดเพดานนับตั้งแต่ 2504 เป็นต้นมา แต่ต่อมาในปี 2534 ได้เริ่มมีการกำหนดเพดานยกเว้นภาษีผลตอบแทนเงินฝากไว้ที่จำนวนไม่เกิน 10,000 บาท ต่อปี และปรับเพดานอีกครั้งในปี 2552 ให้อยู่ที่ 20,000 บาทต่อปี ซึ่งกฎหมายยังคงอัตราการยกเว้นไว้ที่ 20,000 บาทต่อปี นับตั้งแต่ปี 2552 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
      สำหรับผู้ฝากเงินบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (“ธนาคาร”) หมายความถึง “เงินฝากที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์” ได้แก่ บัญชีออมทรัพย์วะดีอะฮ์ บัญชีเงินรับฝาก อัล-ฮัจย์ V.2 และ บัญชีเงินรับฝาก อัล-ฮัจย์ ซึ่งตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 346 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2562 เป็นต้นไป ได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับผลตอบแทนเงินฝากประเภทนี้รวมไปถึงดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์ของสถาบันการเงินด้วย (โดยไม่รวมถึงบัญชีเงินฝากประเภทอื่นๆ เช่น บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน หรือบัญชีเงินฝากของสหกรณ์ ซึ่งกฎหมายเดิมได้กำหนดยกเว้นไว้อยู่แล้ว) ว่า หากผลตอบแทนเงินฝากประเภทออมทรัพย์ของทุกสถาบันการเงินรวมกันมีจำนวนไม่ถึง 20,000 บาทต่อปีภาษี ผู้ฝากจะได้รับการยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย อัตราร้อยละ 15 และผู้ฝากไม่ได้แจ้งธนาคารมิให้นำส่งข้อมูลผลตอบแทนเงินฝากให้กับกรมสรรพากร
     แล้วผู้ฝากจะต้องทำอย่างไรจึงจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินฝากประเภทออมทรัพย์?
กรณีผู้มีเงินได้ให้ความยินยอมโดยการไม่ได้ไปแจ้งธนาคารมิให้นำส่งข้อมูลผลตอบแทนต่อกรมสรรพากรนั้นหมายความว่า ผู้มีเงินได้ให้ความยินยอมโดยอัตโนมัติให้ธนาคารนำส่งข้อมูลผลตอบแทนเงินฝากไปยังกรมสรรพากร ดังนั้นกรณีผู้ฝากไม่ได้แจ้งธนาคารมิให้นำส่งข้อมูลผลตอบแทนเงินฝากให้กับกรมสรรพากร ธนาคารและทุกสถาบันการเงินมีหน้าที่ส่งข้อมูลผลตอบแทนเงินฝากให้กับกรมสรรพากรตามรูปแบบและวิธีที่กรมสรรพกรกำหนด จากข้อมูลตรงนี้เองกรมสรรพากรจะทราบว่าผลตอบแทนและดอกเบี้ยเงินฝากของผู้ฝากรวมกันแล้วเป็นเงินเท่าไหร่ หากรวมกันแล้วเกิน 20,000 บาท ธนาคารก็มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จาย ของผู้ฝากนำส่งให้กรมสรรพากรต่อไป แต่ถ้าผู้ฝากแจ้งธนาคารมิให้นำส่งข้อมูลผลตอบแทนเงินฝากให้กับกรมสรรพากร ก็เท่ากับว่าผู้ฝากไม่ประสงค์จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษี ดังนั้นธนาคารจะหักภาษี ณ ที่จ่ายทันทีที่มีการจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ฝากไม่ว่าจำนวนผลตอบแทนนั้นจะถึง 20,000 บาทหรือไม่ก็ตาม
     โดยจากการศึกษาข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าบัญชีที่ได้รับการยกเว้นมีอยู่จำนวนมาก (มากกว่า 90% ของบัญชีเงินฝากทั้งหมด) เนื่องจากการจะได้ผลตอบแทนเกิน 20,000 บาทต่อปีได้นั้น ผู้ฝากต้องมีเงินฝากจำนวนหลักล้านบาทขึ้นไปอยู่ในบัญชี
      สำหรับผลตอบแทนเงินฝากประเภทอื่นมีการยกเว้นภาษีเงินได้หรือไม่ โปรดติดตามกันต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง: ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 346

 รายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง :  

                                                                                                                  

  เงินฝากออมทรัพย์

 

หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ iBank Call Center  โทร.1302
   

                                                                                                

        

 

                                                                                                                                                 

 

Like

0

Tags

icon-noti 2