TOP
background-image

19 February 2021

 

 ผลกระทบทุกภาคส่วน หลังจากการระบาดของโควิด19 รอบใหม่ที่ยังไม่คลี่คลายลง กดดันให้ภาคธุรกิจปรับกระบวนหมุนตามโลก 360 องศา เกิดการสร้างธุรกิจใหม่เกิดขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน บริโภค จับจ่ายใช้สอย รวมทั้งการท่องเที่ยว
   สำหรับนักธุรกิจใหม่เงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่องเป็นสิ่งสำคัญ จึงจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ของธนาคาร ในการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อให้การยื่นสินเชื่อของคุณได้รับการอนุมัติในที่สุด
   เกณฑ์ที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาสินเชื่อ ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจะขึ้นอยู่กับนโยบายและหลักเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อแต่ละราย โดยทั่วไปแล้วมีปัจจัยหลักๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณา คือ นโยบายสินเชื่อของธนาคาร เช่น บางธนาคารอาจกำหนดว่า ผู้ยื่นขอสินเชื่อต้องไม่มีประวัติการค้างชำระในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง หรืองดให้สินเชื่อแก่ลูกค้าใหม่ในกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
   วัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อต้องมีความชัดเจน เช่น ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ หรือลงทุนขยายโรงงาน ซึ่งจะเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาความเหมาะสมของการขอสินเชื่อ และแนวโน้มของธุรกิจในอนาคต
   คุณลักษณะและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อ ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่จะใช้หลัก 5 Cs ประกอบด้วย
Character คือ คุณลักษณะและความน่าเชื่อถือของผู้ขอสินเชื่อ วินัยในการใช้เงินและการชำระสินเชื่อในอดีต ซึ่งบอกถึงความสามารถในการใช้หนี้และการบริหารจัดการสินเชื่อ เช่น ในกรณีบุคคลธรรมดาอาจพิจารณาอายุ อาชีพ สถานะภาพสมรส ส่วนกรณีผู้ขอสินเชื่อประกอบธุรกิจอาจพิจารณาประเภทของธุรกิจ ประวัติของผู้บริหาร ระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ
Capacity คือ ความสามารถในการจ่ายชำระหนี้คืนได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ รวมถึงความมั่นคงของรายได้ที่จะนำมาชำระหนี้ในอนาคต เช่น รายได้ในปัจจุบัน ภาระหนี้สินที่มีอยู่ ประวัติการชำระยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและสินเชื่ออื่น ๆ
Capital คือ เงินทุน สินทรัพย์ หรือเงินฝากของผู้ขอสินเชื่อ บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่า ถ้ามีสิ่งเหล่านี้แล้วจะมาขอสินเชื่อกับธนาคารอีกทำไม แต่หลักการคือ ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ หรือเงินฝาก เป็นการแสดงถึงศักยภาพของธุรกิจ แม้ว่าสินทรัพย์เหล่านี้จะไม่ใช่แหล่งเงินสำหรับชำระหนี้ แต่จะเป็นแหล่งเงินสำรองสำหรับการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อในกรณีที่เกิดปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้
Collateral คือ ผู้ค้ำประกันหรือหลักประกันที่ผู้ขอสินเชื่อนำมาจำนำ หรือจำนองเพื่อให้สถาบันการเงินมีความมั่นใจและลดความเสี่ยงหากผู้ขอสินเชื่อไม่ชำระหนี้ตามกำหนด ซึ่งสามารถให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้แทนหรือนำหลักประกันมาขายทอดตลาดได้ตามที่กฎหมายกำหนด
Conditions คือ ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อรายได้ของผู้ขอสินเชื่อ เช่น เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ความมั่นคงในรายได้และการงาน ปัญหาสงคราม สิ่งแวดล้อม ที่มีผลกระทบต่อความเป็นไปได้ของโครงการลงทุนหรือรายได้ของผู้ขอสินเชื่อ ซึ่งจะมีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต
   อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบดีว่า โครงสร้างธุรกิจในประเทศไทย นั้นเป็น SMEs เกือบร้อยละร้อย ดังนั้นปัญหาหนึ่งในหลัก 5Cs ก็คือ Collateral คือ หลักประกันไม่เพียงพอ ดังนั้นหลายธนาคารบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ธนาคารปล่อยสินเชื่อ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนประกอบธุรกิจ หรือรอดพ้นจากการไปกู้ยืมหนี้นอกระบบ นั่นเอง
   การค้ำประกันสินเชื่อธุรกิจ เป็นโครงการที่ บสย.เข้าไปค้ำประกันสินเชื่อในส่วนที่ SME ขาดหลักประกัน โดยวงเงินสินเชื่อที่ลูกค้าได้รับ เพื่อให้ได้วงเงินสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่มีทรัพย์สินถาวร (ไม่รวมที่ดิน) ตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด /ให้การค้ำประกันแก่ธุรกิจทุกประเภทที่ไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดี
   เมื่อคุณพร้อมที่จะเป็นหนี้ คุณก็ต้องมั่นใจว่า สามารถชำระมันได้ ผลเสียจากการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อตัวเองในหลายประการ ในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน สิ่งสำคัญที่ผู้ขอสินเชื่อควรพึงระวังคือ การมีวินัยในการชำระหนี้ให้ตรงเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการชำระหนี้ล่าช้า หรือการไม่ชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อตัวเองในหลายประการ อาทิ
ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น การผิดนัดชำระหนี้ของสถาบันการเงิน ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายตามมามากกว่าปกติทั้งเบี้ยปรับที่เพิ่มมากขึ้น หรือหากผิดนัดชำระเกินระยะเวลาที่กำหนด อาจจะต้องถูกปรับด้วยอัตราเบี้ยปรับผิดนัดชำระที่อาจจะสูงขึ้น นอกจากนี้การชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนดยังทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ ซึ่งจะถูกเรียกเก็บในเดือนถัดไปอีกด้วย
การเสียประวัติเครดิตบูโร การเสียประวัติจากการชำระหนี้ล่าช้า หรือไม่ชำระหนี้ จะส่งผลเสียคือทำให้เราไม่สามารถขอสินเชื่อได้อีกในอนาคต เนื่องจากสถาบันการเงินจะเข้าไปดูประวัติการชำระหนี้จากข้อมูลเครดิตบูโรซึ่งเป็นการบันทึกประวัติการชำระเงินรายเดือน และจะคงค้างอยู่ในฐานข้อมูลเป็นระยะเวลาสามปี
ฟ้องร้อง หากมีการค้างชำระหนี้ในการระยะเวลาที่ยาวนาน สถาบันทางการเงินจะทำการฟ้องร้องคดีแพ่งต่อลูกหนี้ เพื่อให้ชำระหนี้คืน โดยผลกระทบหนักที่สุดคืออาจจะถูกตัดสินให้เป็นบุคคลล้มละลาย

   ดังนั้นการที่จะให้ธนาคารร่วมเสี่ยงไปกับธุรกิจของคุณ คุณลักษณะและความตั้งใจในการชำระหนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และจะเป็นบันไดก้าวแรกไปสู่ความสำเร็จต่อไป


คัดลอกข้อมูลบางส่วนจาก : ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

Like

3

Tags

icon-noti 2